ในชั่วโมงชีวิตการทำงานโดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิ หลายครั้งมักมีเรื่องแทรกให้รบกวนใจรอบด้าน ทั้งเสียงโทรศัพท์ เสียงเพื่อนรวมงานเรียก ไหนจะ notification จากทุกแอพที่เด้งเรียกร้องความสนใจ โดยเฉพาะ “อีเมลด่วน” ที่หลั่งไหลเข้ามาตลอดวัน นั่งไล่เช็กจนไม่มีโอกาสได้ทำงาน

รอหน่อยได้ไหม คงไม่มีใครพินาศเพราะเราตอบอีเมลช้า - มีตัวเลขระบุว่าผู้คนเช็คอีเมลเฉลี่ย 11 ครั้งต่อชั่วโมง จัดการตอบอีเมล 122 ข้อความต่อวัน คิดเป็น 28% ของเวลาทำงานทั้งหมดในสัปดาห์กันเลยทีเดียว กระทั่งวันหยุด คนทำงานกว่า 60% ยังแง้มเปิดอีเมลดูด้วยซ้ำ

แม้จะมีแอพแชทไว้คุยงานให้กระชับและติดตามความคืบหน้าได้อย่าง  Slack, Facebook Workplace หรือกระทั่ง LINE แต่ก็ไม่ได้ทำให้การใช้อีเมลลดลงเลย วันนี้ WorkVenture ขอรวบรวมวิธีจัดการอีเมลอย่างชาญฉลาด ตอบดีมานด์ภายนอกอย่างอัจฉริยะ เพราะเรารู้...ว่าคุณเองก็ต้องเคลียร์งานของตนเองเช่นกัน

1.เช็คอีเมลเป็นชุดๆ ไม่ต้องดูถี่รัวทั้งวัน

อย่าใส่ใจกับตัวเลข notification ที่จะคอยหลั่งไหลเข้ามามากจนเกินไป สิ่งนี้จะทำให้คุณเสียสมาธิ เราแนะนำว่าในชั่วโมงการทำงานแต่ละวัน ให้คุณกำหนดชี้ชัดไปเลยว่า “ช่วงเวลานี้ฉันจะเปิดอีเมลขึ้นมาเช็คเท่านั้น สัก 30 นาทีหลักจากทำงานอย่างจริงจัง 45-90 นาที ไม่ทำอย่างอื่น และไม่เช็คอีเมลแทรกระหว่างทำงาน” มีผลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าคนที่ทำวิถีนี้ ได้ผลลัพธ์ของงาน (productivity) มากกว่า เครียดน้อยกว่า และส่งผลถึงการมีความสุขมากกว่า

4 เทคนิคจัดการอีเมล์อย่างชาญฉลาด - ภาพประกอบที่ 1  

2.จัดลำดับความสำคัญของผู้ส่งและเนื้องาน

ในแอพอีเมลบนสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android เราสามารถตั้งให้อีเมลจากผู้ส่งที่สำคัญมากๆ (เช่น อีเมลหางาน ตอบไม่ไวอาจพลาดโอกาสทอง) เข้ามาใน VIP Inbox ได้ ใน Gmail ชื่อว่า “priority senders” และสามารถตั้งเสียงแจ้งเตือนให้ต่างจากอีเมลปกติ และในขณะเดียวกันเมื่อโปรเจกต์พ้นผ่าน คนสำคัญที่เราต้องรีบดีลด้วยก็หมดความสำคัญ อย่าลืมแบ่งเวลามาเอาเขาออกจากลิสต์ดังกล่าว

3.ปิดแอพอีเมลอย่าให้เห็นขณะทำงาน

ใครก็เป็น ผมเองก็เป็น ที่สายตามักจะจับจ้องกับตัวเลขอีเมลใหม่ที่แสดงบนแท็บของเว็บเบราว์เซอร์ คำแนะนำสั้นๆ ที่อาจทำได้ยาก คือ “ปิดแอพอีเมลไปเลย” อย่าแค่ย่อ เพื่อเทรนสมองให้โฟกัสกับเนื้องานตรงหน้า เพิ่มความสามารถในการจดจำระยะสั้น ในขณะเดียวกันก็ลองจัดสภาวะแวดล้อมให้การเช็คอีเมลไม่อยู่ในหน้าจอหลัก คือไปอ่าน-ไปตอบในโทรศัพท์มือถือเท่านั้น รวมถึงการทำหน้าเดสก์ทอปให้โล่งก็ช่วยเรื่องการโฟกัสกับงานได้ด้วย

4.รู้หรือไม่ ทำหลายงานพร้อมกันนั้นอันตรายต่อความคิดสร้างสรรค์

บทความฮาวทูก็ต่างพร่ำบอกกันอย่างนี้ และบทความนี้ก็ขอชี้ไปในทางเดียวกัน ในแวดวงนักวิจัยระบุว่าการทำงานหลายงานสลับไปมา สมองต้องทำการปรับโฟกัสให้เข้ากับงานนั้น ซึ่งโดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิเช่นการคิด เขียน หรือเตรียมพรีเซนเทชั่น สมองต้องใช้เวลากว่า 25 นาทีกว่าจะกลับมาโฟกัสงานนั้นได้ ถ้ามัวแต่สลับงานไปมาทั้งวัน ก็คำนวณเอาแล้วกันว่าเนื้องานจะสำฤทธิ์ผลหรือไม่ และยังมีงานวิจัยอีกชิ้นยืนยันว่า การทำงานแบบนี้ทำให้ไอคิวลดลงต่ำกว่าคนที่สมองเบลอจากการเสพกัญชาเสียอีก

4 เทคนิคจัดการอีเมล์อย่างชาญฉลาด - ภาพประกอบที่ 2  

WorkVenture ขอฝากทิปในการทำงานนี้ให้กับคนทำงานทุกท่าน ไปจนถึงน้องๆ ที่กำลังหางานกันอยู่ การทำงานอย่างมีโฟกัสจะทำให้ผลงานออกมาดีดังที่ตรงใจไม่มีหลุดตกบกพร่อง ถึงมีก็ทราบจุดที่ต้องแก้ไข สิ่งที่เหล่านี้จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ก้าวหน้าในสายอาชีพ และเป็นผู้นำของทีมในองค์กรได้ต่อไป อย่าละเลยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ขอให้คุณได้งานที่ตรงใจนะครับ

4 เทคนิคจัดการอีเมล์อย่างชาญฉลาด - ภาพประกอบที่ 3